เมื่อฉัน…ไปสอบใบขับขี่

หลังจากที่ร่ำเรียนขับรถยนต์มาได้ 10 ชั่วโมง
ครูก็นัดวันให้มาสอบ จริงๆก็หลังจากเรียนจบวันนึงน่ะแหละ

ขอเล่าถึงตอนเรียนก่อนนะ
ฉันเลือกเรียนรถยนต์เกียร์ธรรมดา เพราะที่บ้านมีเจ้าบิ๊ก 4WD อยู่
ส่วนอีกคันก็ MZ3  ซึ่งแน่นอนว่าพ่อและฉันต้องมีใครขับคันใดคันนึง
เรียนเกียร์ธรรมดาน่ะ คุ้มนะ ขับได้ทั้งสองแบบ
ถ้าเรียนเกียร์ออโต้ ก็จะขับเกียร์ธรรมดาไม่ได้

แต่ข้อเสียของเกียร์ธรรมดา คือ ยุ่งยากมาก
ไหนจะคลัช เบรก คันเร่ง
ขับในเมืองก็ถึงกับเหงื่อตกกันเลยเชียวแหละ

ครูสอนว่าท่าที่ใช้สอบมีสามท่า
ตอนเรียนก็หัดแต่สามท่านี้แหละ
แถมสนามที่ไปเรียนก็ยังกะไปจำลองสนามจริงมา
เหมือนกันยังกะแกะ

ถึงวันสอบ
ต้องรีบๆไปแต่เช้านะ จะได้ลำดับแรกๆ
มีการสอบสมรรถภาพร่างกายก่อน สามอย่าง คือ
ตรวจตาบอดสี เขาจะจิ้มๆสีบนรูปแล้วให้เราตอบ
…จะมีแค่ แดง เหลือง เขียว เท่านั้นแหละ เขาไม่ชี้สีอื่น
ต่อมาก็ตรวจระยะตื้นลึก
ต้องขยับแท่งปรอทให้มาอยู่ในแนวเดียวกัน สนุกดี
สุดท้ายก็ความไว เหยียบคันเร่ง แล้วเหยียบเบรก

จากนั้นเข้าอบรมหนึ่งชั่วโมงนิดๆต่อด้วยสอบข้อเขียน
ตอนเช้าไม่มีอะไรยากนัก ถ้าไม่เพี้ยนมากก็ผ่านแน่นอน ^o^

หลังจากที่ดู vtr เค้าก็บอกว่านี่เป็นท่ามาตรฐานในการสอบทุกๆที่
ไม่ว่าจังหวัดไหนๆ

ท่าที่หนึ่ง คือ จอดรถเทียบฟุตบาท ห่างไม่เกิน 25 ซ.ม.
และหยุดไม่เกินระยะที่กำหนดด้วยนะ -___-”
เป็นท่าที่ฉันกังวลมากที่สุด เพราะตอนเรียนทำได้ไม่เคยสม่ำเสมอเลย

ท่าที่สอง คือ เดินหน้า-ถอยหลังตรง
ท่านี้ง่ายมาก แค่ประคองพวงมาลัยให้ตรงๆนิ่งๆก็ผ่านละ

ท่าที่สาม เป็นท่าที่มีคนสอบไม่ผ่านมากที่สุด
ท่าถอยหลังเข้าจอดเทียบช่องจอดด้านซ้าย
อ๊ะ อ๊ะ คงเคยเห็นช่องจอดรถด้านซ้าย
ที่รถจะจอดต่อแถวเรียงกันไปเรื่อยๆใช่ไหม
นั่นแหละ หลายๆคนสอบไม่ผ่าน
คงเพราะเขากำหนดจำนวนเกียร์ที่สามารถเปลี่ยนได้แค่ 7 ครั้งด้วยกระมัง
…ทั้งๆที่ตอนขับจริงก็ไม่มีใครมานับจำนวนเกียร์คุณหรอก

จริงๆท่านี้มันมีสูตร …
อุบไว้เขียน entry ต่อไปละกัน ^o^

ในที่สุดฉันก็สอบผ่านหมดละนะ
รู้สึกหมดพลังไปเยอะมาก เพราะมัวแต่กดดันตัวเอง
แถมตื่นเต้นอีกตังหาก
หากใครที่จะไปสอบก็ขอให้ผ่านฉลุยเหมือนฉันนะ :D

ปอ ลอ ขากลับบ้านวันนี้ก็ยังโดนรถยนต์ขับเฉี่ยว
รถแว้นจอดคุยกันบนช่องมอไซต์

…การศึกษาไม่ได้ทำให้คนเป็นคนดีขึ้นฉันใด
ใบขับขี่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของมีจิตสำนึกต่อกฎหมายฉันนั้น…

  • http://www.utcc.ac.th/ ศึกษาต่อ

    ใช่ครับ…ใบขับขี่ ไม่ได้บอกอะไร ได้ขนาดนั้นหรอกนะครับ..มันอยู่ที่ศิลธรรม ความรู้ดีชั่วในใจตัวคนมากกว่าครับ..

blog comments powered by Disqus